กติกาเปตอง

ข้อมูลจากการกีฬาแห่งประเทศไทย

 

ขนาดสนาม

            สนามต้องมีพื้นเรียบกว้าง 4 เมตร  ยาว 15 เมตร พื้นไม้พื้นคอนกรีต และพื้นหญ้า  ไม่เหมาะสำหรับกีฬาประเภทนี้

 

อุปกรณ์การเล่นเปตอง

1. ลูกบูล

                เป็นลูกทรงกลมด้านนกลวง   ทำด้วยโลหะ มีเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 70.5-80  มิลลิเมตร  มีน้ำหนักระหว่าง 650 – 800  กรัม  มีเครื่องหมายของโรงงานผู้ผลิต  ตัวเลขแสดงน้ำหนักและเลขรหัสปรากฏอยู่บนลูกบูลอย่างชัดเจน  และควรเป็นลูกบูลที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์เปตองนานาชาติและสมาคมเปตองแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

2. ลูกเป้า

                เป็นลูกทรงกลม แต่ทำด้วยไม้หรือวัสดุสังเคราะห์  มีเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 25-35 มิลลิเมตร  และอาจทาสีได้  แต่ต้องเป็นสีที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในขอบเขตของสนาม

3. สนามเล่น

                สนามต้องพื้นเรียบกว้าง  4 เมตร  ยาว 15  เมตร  พื้นไม้ พื้นคอนกรีตและพื้นหญ้า  ไม่เหมาะสมสำหรับกีฬาประเภทนี้

4. เทปสายวัด

 

หลักการทั่วไป

ข้อ 1.

                เปตองเป็นกีฬาที่เล่นโดยมีผู้เล่น 2 ฝ่าย  และแบ่งการเล่นออกได้ดังนี้

                                - ผู้เล่นฝ่ายละ   3  คน (Triples)

                                - ผู้เล่นฝ่ายละ   2  คน (Doubles)

- ผู้เล่นฝ่ายละ   1  คน (Single)

                1.1  ในการเล่นฝ่ายละ 3 คน  ผู้เล่นแต่ละคนต้องมีลูกเปตองคนละ  2  ลูก

                1.2  ในการเล่นฝ่ายละ 2 คน  ผู้เล่นแต่ละคนต้องมีลูกเปตองคนละ  3  ลูก

                1.3  ในการเล่นฝ่ายละ 1 คน  ผู้เล่นแต่ละคนต้องมีลูกเปตองคนละ  3  ลูก

                1.4  ห้ามจัดให้มีการเล่นนอกเหนือจากกฎที่ได้กำหนดไว้ในข้อ  1 นี้

 

ข้อ 2

                ลูกเปตองที่ใช้เล่นต้องได้รับการรับรองจากสหพันธ์เปตองนานาชาติหรือสมาคมเปตองแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  และต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

                                ก.  เป็นโลหะ

                                ข. มีเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง  7.05 – 8.00   เซนติเมตร (70.5 – 80  มิลลิเมตร)

                                ค.  มีน้ำหนักระหว่าง 650 – 800 กรัม  จะต้องมีเครื่องหมายของโรงงานผู้ผลิต  ตัวเลขแสดงน้ำหนัก  และเลขรหัสปรากฏบนลูกเปตองอย่างชัดเจน

                                ง. เป็นลูกเปตองที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์ฯ  และห้ามเปลี่ยนแปลงสภาพเดิม  ไม่ว่าจะใช้ตะกั่วบัดกรีหรือนำเอาดินหรือทรายมาติด  หรือใส่ลงไปในลูก     เปตองในลักษณะที่มีเจตนาส่อไปในทางทุจริต  แต่อนุญาตให้เจ้าของสลักชื่อ  หรือเครื่องหมายบนลูกเปตองได้

                2.1  ผู้เล่นที่ฝ่าฝืนหรือละเมิดกฎข้อ 2.  (ง)  จะถูกลงโทษให้ออกจากการแข่งขัน

                2.2  ลูกเปตองที่เปลี่ยนแปลงสภาพเดิม  ผู้กระทำผิผดจะถูกลงโทษดังนี้

                                ก. กรณีปลอมแปลงลูกเปตองผู้กระทำผิดจะต้องถูกถอนใบอนุญาต (บัตรประจำตัวนักกีฬา)  15  ปี  และอาจถูกลงโทษจากคณะกรรมการวินัยอีกด้วย

                                ข. กรณีใช้ความร้อนเพื่อดัดแปลงสภาพของลูกเปตอง  ผู้กระทำผิดจะถูกถอนใบอนุญาต  (บัตรประจำตัวนักกีฬา)  15  ปี  และห้ามเข้าทำการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งชาติ  และนานาชาติเป็นระยะเวลา  3 -5 ปี

                2.3  กรณีหนึ่งกรณีใดที่ได้ระบุไว้ในข้อ 2.2 (ก)   และ (ข)   ถ้าผู้เล่นได้ยืมลูกเปตองจากผู้อื่นมาเล่น  เจ้าของเปตองผู้ให้ยืมจะถูกลงโทษภาคทัณฑ์เป็นระยะเวลา 2  ปี

                2.4  ถ้าลูกเปตองนั้นมิได้ถูกกระทำทุจริตแต่เนื่องจากลูกเปตองนั้นเก่ามากหรือมีการผิดพลาดจากโรงงานผู้ผลิตและเมื่อตรวจสอบแล้วไม่ได้ลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2.  (ก)  (ข)  และ (ค)  จะต้องเปลี่ยนแปลงลูกเปตองนั้นทันทีและอาจเปลี่ยนแปลงเกมการเล่นใหม่

                2.5 เพื่อประโยชน์ของฝ่ายตน  ก่อนทำการแข่งขันทุกครั้งผู้เล่นทั้งสองฝ่ายควรตรวจสอบลูกเปตองของตนและฝ่ายตรงกันข้ามให้ถูกต้องตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้ในข้อ 2. (ก)  (ข)  และ (ค)

                2.6  ในกรณีที่มีการผ่าลูกเปตองเพื่อตรวจสอบ  ถ้าลูกเปตองนั้นมิได้ถูกกระทำการทุจริต  ฝ่ายประท้วงจะต้องรับผิดชอบชดใช้  หรือเปลี่ยนแปลงลูกเปตองนั้นให้แก่ฝ่ายประท้วงจะต้องรับผิดชอบชดใช้  หรือเปลี่ยนแปลงลูกเปตองนั้นให้แก่ฝ่ายเสียหายและเจ้าของเปตองไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ  อีก

                2.7  ในระหว่างการแข่งขัน  ผู้ตัดสินและกรรมการชี้ขาดอาจตรวจสอบลูกเปตองของผู้เล่นทุกคนได้ทุกเวลา

                2.8  การประท้วงของนักกีฬาว่าด้วยเรื่องการตรวจสอบลูกเปตองจะกระทำได้ในระหว่างการเล่น  2  เที่ยวแรกเท่านั้น

                2.9  หลังจากการเล่นเที่ยวที่  3 แล้ว  ถ้ามีการประท้วงเกี่ยวกับลูกเปตองของฝ่ายตรงกันข้าม  เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าลูกเปตองนั้นไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด  ฝ่ายที่ประท้วงจะถูกปรับ  3 คะแนน  โดยนำไปเพิ่มในป้ายคะแนนฝ่ายตรงกันข้าม

                2.10  ลูกเปตองต้องทำด้วยไม้หรือวัสดุสังเคราะห์  มีเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง  25-35 มิลลิเมตร  และอาจทาสีได้  แต่ต้องเป็นสีที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในขอบเขตของสนาม

 

ข้อ 3

                ก่อนการเริ่มการแข่งขัน  หากกรรมการผู้ตัดสินหรือผู้เล่นฝ่ายตรงกันข้ามขอตรวจสอบใบอนุญาต  (บัตรประจำตัวนักกีฬา)  ผู้เล่นนั้น ๆ  จะต้องแสดงให้ดูทันที  ใบอนุญาต (บัตรประจำตัวนักกีฬา)  ทุกประเภทต้องออกโดยสนามเปตองแห่งประเทศไทยฯ  มีรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว  มีลายมือชื่อของผู้ถือบัตร  และต้องมีตราของชมรมหรือสมาคมนั้น ๆ  ประทับคาบอยู่บนรูปถ่ายด้วย

 

ข้อ 4

                ห้ามผู้เล่นทุกคนเปลี่ยนลูกเป้าหรือลูกเปตองในระหว่างการแข่งขันเว้นแต่ในกรณี  ดังนี้                  

                4.1   ลูกเป้าหรือลูกเปตอง  หาไม่พบ  (กำหนดเวลาในการค้นหา   5 นาที)

                4.2  ถ้าลูกเปตองหนึ่งแตกเป็น   2 ชิ้น  หรือหลายชิ้น  ให้ปฏิบัติตามกฎข้อย่อยดังนี้

                                ก.  ถ้าหมดลูกเปตองเล่นแล้ว   ให้นับคะแนนจากชิ้นที่ใหญ่ที่สุด

                                ข.  ถ้ายังมีลูกเปตองเหลือเล่นอยู่  ให้นำลูกเปตองอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมาเปลี่ยนทันทีโดยให้นำมาวางแทนที่ตำแหน่งชิ้นใหญ่ที่สุดของลูกเปตองที่แตกนั้นเล่นต่อไปตามปกติ  กฎข้อ 4.2  นี้ให้ใช้กับลูกเป้าด้วย

 

 

 

 

วิธีการเล่น

ข้อ 5.  

                เปตองเป็นกีฬาที่เล่นได้กับสนามทุกสภาพ ยกเว้นพื้นคอนกรีตพื้นไม้  และพื้นดินที่มีหญ้าขึ้นสูง  โดยมีคณะกรรมการจัดการแข่งขันหรือผู้ตัดสินเป็นผู้กำหนด  ผู้เล่นทุกทีมต้องเล่นในสนามที่กำหนดให้สำหรับการแข่งขันชิงชนะเลิศระดับชาติและนานาชาติสนามต้องมีขนาดกว้าง   4   เมตร  ยาว  15  เมตร  เป็นอย่างน้อย

                5.1   ส่วนการแข่งขันอื่น  สมาคมฯ  อาจอนุโลมให้เปลี่ยนแปลงขนาดของสนามได้ตามความจำเป็นและความเหมาะสมแต่ต้องมีขนาดกว้าง 3.50  เมตร  และยาว  13 เมตร เป็นอย่างน้อย

                5.2   เกมหนึ่งกำหนดให้ใช้  13 คะแนน  สำหรับการแข่งขันในรอบแรกและรอบต่อ ๆ ไป  (จะใช้เพียง  11 คะแนนก็ได้)  สำหรับชิงชนะเลิศในระดับนานาชาติหรือแห่งชาติให้ใช้  15 คะแนน

 

ข้อ 6

                ผู้เล่นทุกคนต้องลงสู่สนามแข่งขันตามเวลาที่กำหนดให้และทำการเสี่ยงว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายโยนลูกเป้า

                6.1  ผู้เล่นคนหนึ่งคนใดในทีมซึ่งเป็นฝ่ายชนะในการเสี่ยงเป็นผู้โยนลูกเป้าเมื่อเลือกจุกเริ่มแล้วให้เขียนวงกลมบนพื้นมีขนาดพอที่เท้าทั้งสองข้างเข้าไปยืนอยู่ได้ (เส้นผ่าศูนย์กลาง  ระหว่าง 0.35-0.50  เมตร) วงกลมนั้นจะต้องห่างจากสิ่งกีดขวางต่าง ๆ และเส้นสนามไม่น้อยกว่า 1 เมตร  สำหรับการแข่งขันในสภาพสนามที่ไม่มีขอบเขตของสนามให้เขียนวงกลมห่างจากวงกลมของสนามอื่นไม่น้อยกว่า  2 เมตร

                6.2  ผู้ที่เตรียมเล่นจะต้องอยู่ภายในวงกลมห้ามเหยียบเส้นรอบวง  ห้ามยกเท้าพ้นพื้น  และห้ามออกจากวงกลมก่อนที่ลูกเปตองจะตกลงพื้นส่วนอื่นร่างกายจะถูกพื้นนอกวงกลมไม่ได้เว้นแต่คนขาพิการซึ่งได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้วางเท้าข้างเดียวในวงกลมได้  ส่วนนักกีฬาพิการที่ต้องนั่งรถเข็นให้ขีดวงกลมรอบล้อรถเข็นได้และที่วางเท้าของรถเข็นต้องให้อยู่สูงเหนือขอบวงกลม

6.3  ผู้เล่นคนหนึ่งคนใดในทีมซึ่งเป็นผู้โยนลูกเป้า  ไม่บังคับว่าจะต้องเป็นผู้โยนลูกเปตองลูกแรกเสมอไป

6.4  ในกรณีที่สนามไม่ดี (ชำรุด)  ห้ามผู้เล่นตกลงกันเองแข่งขันสนามอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสิน

 

ข้อ 7.

                ลูกเป้าที่โยนไปแล้วถือว่าดีต้องมีกฎเกณฑ์  ดังนี้

                7.1  มีระยะห่างระหว่างขอบวงกลมด้านใกล้ที่สุดถึงลูกเป้า

                                ก.  ไม่น้อยกว่า   4  เมตร  และไม่เกิน  8  เมตร  สำหรับเด็กเล็ก  (อายุไม่เกิน 12 ปี)

                                ข. ไม่น้อยกว่า  5  เมตร  และไม่เกิน 9 เมตร สำหรับเด็กเล็ก  (อายุไม่เกิน 13- 14 ปี)

                                ค.  ไม่น้อยกว่า  6  เมตร  และไม่เกิน 10 เมตร สำหรับเยาวชน  (อายุไม่เกิน 15- 17 ปี)

                                ง.  ไม่น้อยกว่า  6  เมตร  และไม่เกิน 10 เมตร สำหรับผู้ใหญ่  (ไม่จำกัดอายุ)

                7.2  วงกลมต้องอยู่ห่างจากสิ่งกีดขวางต่าง  และเส้นเขตสนามหรือเส้นฟาล์วไม่น้อยกว่า 1 เมตร

                7.3  ตำแหน่งลูกเป้าต้องอยู่ห่างจากสิ่งกีดขวางต่าง  และเส้นเขตสนามไม่น้อยกว่า  1 เมตร

                7.4  ลูกเป้าจะต้องอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน ขณะยืนตัวตรงอยู่ในวงกลม  (ถ้ามีการโต้แย้งในกรณีนี้ให้ผู้ตัดสินเป็นผู้ชี้ขาด)

                7.5  การโยนลูกเป้าในเที่ยวต่อ ๆ ไป  ให้เขียนวงกลมรอบตำแหน่งลูกเป้าที่อยู่ในเที่ยวที่แล้วเว้นแต่กรณีดังนี้

                                ก.  วงกลมมีระยะห่างจากสิ่งกีดขวางและเส้นสนามน้อยกว่า  1 เมตร  ในกรณีนี้ ผู้เล่นต้องเขียนวงกลมให้ห่างจากสิ่งกีดขวางและเส้นเขตสนามที่กติกาได้กำหนดไว้

                                ข.  โยนลูกเป้าไม่ได้ระยะตามที่กติกากำหนดไว้  แม้จะโยนไปในทิศทางใดก็ตาม  กรณีนี้ผู้เล่นสามารถถอยหลังได้ตามแนวตรง (ตั้งฉาก)  จากตำแหน่งเดิมของลูกเป้าในเที่ยวที่แล้ว  แต่ทั้งนี้วงกลมนั้นจะถอยหลังได้ไม่เกินระยะการโยน  ตามที่กติกากำหนดไว้โดยให้นับจากเส้นฟาล์ว (Dead  Bal  Line)  ด้านบนจนถึงเส้นขอบวงกลมด้านใกล้สุด

                                - (ถ้าไม่มีเส้นฟาล์ว  ให้นับจากเส้นสนามด้านบนจนถึงขอบวงกลม  ไม่เกิน 11  เมตร)

                                ค.  ลูกเป้าที่อยู่ในระยะการโยนหรือเล่นได้  แต่ผู้เล่นฝ่ายที่มีสิทธิ์โยนลูกเป้าไม่ประสงค์จะเล่นในระยะนั้น ๆ   กรณีนี้ผู้เล่นสามารถถอยหลังตามแนวตรง  (ตั้งฉาก)  จากตำแหน่งจากเดิมของลูกเป้าในเที่ยวที่แล้วได้ตามความพอใจ  แต่ทั้งนี้วงกลมนั้นจะถอยหลังได้ไม่เกินระยะการโยน  ตามที่กติกากำหนดไว้โดยให้นับจากเส้นฟาว์ล (Dead  Bal  Line)  ด้านบนจนถึงเส้นขอบวงกลมด้านใกล้สุด

                                -  (ถ้าไม่มีเส้นฟาล์ว  ให้นับจากเส้นสนามด้านบนจนถึงขอบวงกลม  ไม่เกิน 11  เมตร)

                                ง. ผู้เล่นฝ่ายเดียวกันโยนลูกเป้าไปแล้ว  3 ครั้ง ยังไม่ได้ดีตามกติกากำหนดจะต้องเปลี่ยนให้ผู้เล่นฝ่ายตรงกันข้ามเป็นผู้โยนซึ่งมีสิทธิ์โยนได้  3 ครั้ง  เช่นเดียวกัน  และอาจย้ายวงกลมถอยหลังได้ตามแนวตรง  (ตั้งฉาก)  แต่ทั้งนี้วงกลมนั้นจะถอยหลังได้ไม่เกินระยะการโยน  ตามที่กติกากำหนดไว้โดยให้นับจากเส้นฟาล์ว  (Dead  Bal  Line)  ด้านบนจนถึงเส้นขอบวงกลมด้านใกล้สุด  (ถ้าไม่มีเส้นฟาล์วให้นับจากเส้นสนามด้านบนจนถึงขอบวงกลม  ไม่เกิน 11 เมตร)  วงกลมที่เขียนขึ้นใหม่นั้นจะเปลี่ยนแปลงอีกไม่ได้  แม้ว่าผู้เล่นของทีมหลังนี้จะโยนลูกเป้าไม่ดีทั้ง  3 ครั้ง  ก็ตาม

                                จ. ถึงแม้ทีมที่โยนลูกเป้า  3 ครั้งแรกโยนได้ไม่ดีตามที่กติกากำหนดก็ตาม  แต่ทีมที่โยนลูกเป้าครั้งแรกนั้นยังมีสิทธิ์เป็นฝ่ายโยนลูกเปตองลูกแรกอยู่

 

ข้อ 8.

                ลูกเป้าที่โยนไปแล้วถูกผู้ตัดสิน  ผู้เล่น  ผู้ดู สัตว์หรือสิ่งที่เคลื่อนที่อื่น ๆ แล้วหยุด  ให้นำมาโยนใหม่โดยไม่นับรวมอยู่ในการโยน  3 ครั้งที่ได้กำหนดไว้

                8.1 หลังจากการโยนลูกเป้าและลูกเปตองลูกแรกไปแล้วฝ่ายตรงกันข้ามยังมีสิทธิ์ประท้วงว่าด้วยตำแหน่งของลูกเป้านั้นได้   ให้เริ่มโยนและลูกเปตองใหม่

                8.2  ถ้าฝ่ายตรงกันข้ามได้โยนลูกเปตองไปด้วยแล้ว 1 ลูก  ให้ถือว่าตำแหน่งลูกเป้านั้นดี  และไม่มีสิทธิ์ประท้วงใด ๆ  ทั้งสิ้น

 

ข้อ 9.

                ลูกเป้าที่โยนไปแล้วถือว่าฟาล์ว  มี  5  กรณีดังนี้

                9.1  เมื่อลูกเป้าที่โยนไปแล้วไม่ได้ตำแหน่งที่ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในข้อ 7

9.2  เมื่อลูกเป้าเคลื่อนที่ออกนอกเส้นฟาล์ว  แต่ลูกเป้าคาบเส้นยังถือว่าดี  ลูกเป้าที่ถือว่าฟาล์ว  คือลูกเป้าที่ออกเส้นฟาล์วเท่านั้น

9.3  เมื่อลูกเป้าเคลื่อนที่ไปแล้ว  ผู้เล่นไม่สามารถมองเห็นจากวงกลมตามที่กำหนดไว้ในข้อ 7.4  แต่ถ้าลูกเป้าถูกลูกเปตองบังอยู่ไม่ถือว่าฟาล์ว  ทั้งผู้ตัดสินมีสิทธิ์ที่จะยกลูกเปตองที่บังอยู่ออกชั่วคราวเพื่อตรวจสอบว่า ลูกเป้านั้นมองเห็นได้ชัดเจนหรือไม่

9.4  เมื่อลูกเป้าเคลื่อนที่ไป  มีระยะห่างจากวงกลมเกินกว่า   20  เมตร หรือน้อยกว่า 3 เมตร

9.5  เมื่อลูกเป้าเคลื่อนที่ไปแล้ว  หาไม่พบภายใน   5 นาที

 

ข้อ 10.

                ก่อนหรือหลังการโยนลูกเป้า  ห้ามผู้เล่นปรับพื้นที่หรือเคลื่อนย้ายสิ่งต่าง ๆ  เช่น  กรวด  หิน  ดิน  ทราย  ใบไม้  ฯลฯ  ในบริเวณสนามแข่งขันโดยเด็ดขาด  เว้นแต่ผู้เตรียมตัวจะลงเล่นเท่านั้นที่มีสิทธิ์ปรับสนามที่มีหลุมซึ่งเกิดจากการโยนลูกเปตองของผู้เล่นคนที่แล้ว  และอาจใช้ลูกเปตองปรับหลุมนั้นได้ไม่เกิน   3 ครั้ง  ผู้เล่นที่ฝ่าฝืนกฎต้องลงโทษดังนี้

10.1      ถูกเตือน

10.2      ปรับลูกที่เล่นไปแล้วหรือลูกที่กำลังจะเล่นเป็นลูกฟาล์ว

10.3      ปรับเฉพาะผู้กระทำผิด  ให้งดเล่น  1 เที่ยว

10.4      ปรับเป็นแพ้ทั้งทีม

10.5      ปรับให้แพ้ทั้ง  2 ทีม  ถ้ากระทำผิดเหมือนกัน  หรือสมรู้ร่วมคิดกัน

 

ข้อ 11.

                ในระหว่างการเล่นแต่ละเที่ยว  หากมีใบไม้  กระดาษหรือสิ่งอื่น ๆ  มาบังลูกเป้าโดยบังเอิญให้เอาออกได้

                11.1  เมื่อลูกเป้าหยุดนิ่งแล้วและเคลื่อนที่ไปใหม่โดยแรงลมพัดหรือจากการลาดเอียงของพื้นสนาม  จะต้องนำกลับมาวางที่ตำแหน่งเดิม

                11.2  เมื่อลูกเป้าเคลื่อนที่โดยอุบัติเหตุอันเกิดขึ้นจากผู้ตัดสิน ผู้ดู  สัตว์  สิ่งเคลื่อนที่อื่น ๆ  รวมทั้งลูกเป้าหรือลูกเปตองที่เคลื่อนที่มาจากสนามอื่นให้นำลูกเป้านั้นมาวางที่ตำแหน่งเดิม  ทั้งนี้ต้องเครื่องหมายกำหนดจุดเดิมของลูกเป้า

                11.3  เพื่อหลีกเลี่ยงการประท้วงทั้งปวง  ผู้เล่นควรทำเครื่องหมายบนพื้นสนามตามตำแหน่งของลูกเป้าหรือลูกเปตองไว้มิฉะนั้นจะไม่มีสิทธิ์ประท้วงใด ๆ  ทั้งสิ้น

                11.4  ลูกเป้าที่อยู่บนพื้นสนามซึ่งมีน้ำขังอยู่ถือว่าดี   หากลูกเป้านั้นยังไม่ลอยน้ำ

 

ข้อ 12.

                ในระหว่างการเล่นแต่ละเที่ยวหากลูกเป้าเคลื่อนที่ไปอยู่อีกสนามหนึ่ง  ให้ถือว่าลูกเป้านั้นยังดีอยู่

                12.1 ถ้าสนามนั้นมีการแข่งขันอยู่  ฝ่ายที่ต้องใช้ลูกเป้านั้นจะต้องหยุดรอเพื่อคอยให้ผู้เล่นที่กำลังเล่นอยู่ในสนามนั้นเล่นจบก่อน

                12.2  ผู้เล่นที่มีปัญหาตามข้อ 12.1   จะต้องแสดงออกถึงความมีน้ำใจ  ความอดทน  และความเอื้ออารีต่อกัน

 

ข้อ 13.

                ในระหว่างการเล่นแต่ละเที่ยว  ถ้าลูกเป้าเกิดฟาล์วให้ปฏิบัติตามกฎข้อย่อยดังนี้

                13.1   ถ้าผู้เล่นทั้งสองฝ่ายมีลูกเปตองเหลืออยู่  การเล่นเที่ยวนั้นถือว่าโมฆะ  ต้องเริ่มเล่นใหม่ที่ด้านตรงข้าม

                13.2  ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีลูกเปตองเหลืออยู่เพียงฝ่ายเดียวฝ่ายนั้นจะได้คะแนนเท่ากับจำนวนลูกเปตองที่เหลืออยู่โดยไม่ต้องเล่นและจะเริ่มเล่นใหม่ที่ด้านตรงข้าม

                13.3  ถ้าทั้งสองฝ่ายหมดลูกเปตองเหมือนกัน   ให้เริ่มเล่นใหม่ที่ด้านตรงข้ามโดยให้ทีมที่คะแนนเที่ยวที่เป็นฝ่ายโยนลูกเป้า

 

ข้อ 14.

                ลูกเป้าที่ถูกยิงแล้วเคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งเดิม

                14.1  ถ้าลูกเป้าที่ยิงแล้วเคลื่อนที่ไปถูกผู้ดูหรือผู้ตัดสินแล้วหยุด  ให้ลูกเป้านั้นอยู่ในตำแหน่งใหม่

                14.2  ถ้าลูกเป้าที่ยิงแล้วเคลื่อนที่ไปถูกผู้เล่นคนหนึ่งคนใดแล้วหยุด   ฝ่ายตรงข้ามที่ทำให้ลูกเป้าหยุด   มีสิทธิ์เลือกปฏิบัติตามกฎข้อย่อยดังนี้

                                ก.  ให้ลูกเป้าอยู่ในตำแหน่งใหม่

                                ข.  นำลูกเป้ามาวางที่ตำแหน่งเดิม

                                ค.  วางลูกเป้าตามแนวยาวระหว่างตำแหน่งเดิมกับตำแหน่งใหม่แต่ต้องอยู่ใหม่แต่ ต้องอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดไว้ในกติกาแล้วเริ่มเล่นต่อไปตามปกติ

                14.3  กรณีตามข้อ 14.2  (ข)  และ (ค)  จะกระทำได้ต่อเมื่อผู้เล่นได้ทำเครื่องหมายที่ตำแหน่งลูกเป้าไว้เท่านั้น  มิฉะนั้นจะต้องให้ลูกเป้าอยู่ในตำแหน่งใหม่

 

ข้อ 15.

                ในระหว่างการเล่นแต่ละเที่ยวหากลูกเป้าเคลื่อนที่ไปอยู่ในสนามอื่นถือว่ายังดีอยู่  ในเที่ยวต่อไปจะต้องมาเล่นที่สนามเดิมด้านตรงกันข้าม  แต่ต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกติกาข้อ 7.

 

ลูกเปตอง

 

ข้อ 16.

                ผู้เล่นคนหนึ่งคนใดในทีมที่ชนะในการเสี่ยงหรือชนะในเที่ยวที่แล้วเป็นผู้โยนลูกเป้า  และลูกเปตองลูกแรก

                16.1  ห้ามผู้เล่นใช้เครื่องช่วยอื่นใดหรือแม้แต่ขีดเส้นบนพื้นสนามเพื่อเป็นที่สังเกตจุดตกของลูกเปตองที่ตนจะโยนและไม่อนุญาตให้ผู้เล่นถือเปตองหรือสิ่งอื่นในมืออีกข้างหนึ่งในขณะที่โดยลูกเปตองลูกสุดท้ายของตน  (ยกเว้นผ้าเช็ดลูกเปตอง)

                16.2  ห้ามทำให้ลูกเปตองหรือลูกเป้าเปียกน้ำ  (ยกเว้นกรณีฝนตก)

                16.3  ถ้าลูกเปตองลูกแรกที่เล่นไปแล้วเกิดฟาล์ว  ต้องเปลี่ยนให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้เล่น  และถ้าลูกที่โยนไปยังฟาล์วอยู่จะสลับกันโยนฝ่ายละ  1 ลูก  จนกว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะโยนลูกเปตองได้ดีแล้วจึงเล่นต่อไปตามปกติ

                16.4  ฝ่ายใดที่ทำให้ลูกเปตองในสนามฟาล์วทั้งหมดโดยไม่มีลูกเปตองเหลืออยู่ในสนาม  ฝ่ายที่ทำให้ลูกเปตองฟาล์วจะต้องเป็นฝ่ายเล่นลูกต่อไป   ทั้งนี้หากมีปัญหาทำให้ใช้กติกาข้อ 2.9  เป็นหลัก

 

ข้อ 17.

                เมื่อผู้เล่นคนหนึ่งคนใดเข้าไปยืนอยู่ในวงกลมเพื่อเตรียมเล่นแล้ว   ผู้ดูและนักกีฬาทุกคนต้องอยู่ในความสงบ

                17.1  ห้ามผู้เล่นฝ่ายตรงกันข้ามเดินหรือแสดงท่าทางอย่างหนึ่งอย่างใดที่เป็นการรบกวนสมาธิของผู้ที่กำลังเล่น   เว้นแต่ผู้ร่วมทีมเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าไปอยู่ในสนามเพื่อแนะแนวทางการโยนลูกเปตองของฝ่ายตนได้

                17.2  ผู้เล่นฝ่ายตรงกันข้ามจะต้องยืนอยู่ด้านข้างหรือด้านหลังของผู้เตรียมเล่น  และจะต้องอยู่ห่างไม่น้อยกว่า  2 เมตร

                17.3   ผู้เล่นที่ฝ่าฝืนกฎข้อ 17.   ผู้ตัดสินจะต้องเตือนก่อน   1  ครั้งและถ้ามีการฝ่าฝืนซ้ำอีกผู้ตัดสินอาจพิจารณาให้ออกจากการแข่งขันก็ได้

 

ข้อ  18.

            ลูกเปตองทุกลูกที่โยนไปแล้วห้ามนำโยนใส่ใหม่  เว้นแต่ลูกเปตองที่โยนไปแล้วถูกหยุดหรือเปลี่ยนทิศทางโดยบังเอิญ  เนื่องจากถูกลูกเปตองหรือลูกเป้าซึ่งเคลื่อนที่มาจากสนามอื่นหรือถูกสัตว์หรือสิ่งเคลื่อนที่อื่น ๆ  กรณีนี้ให้นำลูกเปตองในระหว่างการแข่งขัน

                18.1  ห้ามทดลองโยนลูกเปตองในระหว่างการแข่งขัน

                18.2  เมื่อคณะกรรมการจัดการแข่งขันได้กำหนดเส้นเขตสนามแต่ละสนามเรียบร้อยแล้ว      ผู้เล่นแต่ละทีมจะต้องลงทำการแข่งขันในสนามที่กำหนดให้  ในระหว่างการเล่นหากลูกเปตองออกนอกเส้นสนามให้ถือว่ายังดีอยู่  (เว้นแต่ที่ได้กำหนดไว้ในข้อ 19.)

                18.3  ในกรณีที่สนามแข่งขันทั้งหมดมีขอบกั้นอยู่  ขอบกั้นนั้นจะต้องอยู่รอบเส้นฟาล์ว  และจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า  0.30  เมตร 

                18.4  เส้นฟาล์วจะต้องอยู่รอบนอกเส้นเขตสนามและจะต้องห่างกัน  1 เมตร  เป็นอย่างน้อย และไม่เกิน   4  เมตร  เป็นอย่างมาก

ข้อ 19.

            ลูกเปตองทุกลูกที่กลิ้งผ่านเส้นฟาล์วและย้อนกลับเข้ามาในสนามถือว่าเป็นลูกฟาล์วแต่ถ้า        เปตองทับอยู่บนเส้นฟาล์วยังไม่ผ่านเลยออกไปให้ถือว่าเป็นลูกดีอยู่  ลูกจะฟาล์วก็ต่อเมื่อได้ผ่านพ้นเส้นเขตสนามและเส้นฟาล์วออกไปทั้งลูก

                19.1  ถ้าลูกเปตองผ่านพ้นเส้นฟาล์วและไปกระทบสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือจากความลาดเอียงของพื้นทำให้ลูกเปตองนั้นย้อนกลับเข้ามาในสนามอีกถือว่าเป็นการลูกฟาล์ว  และทุกสิ่งเคลื่อนที่โดยลูกเปตองที่ฟาล์วนั้นให้กลับมาวางที่ตำแหน่งเดิมทั้งหมด  ส่วนสิ่งของไม่ได้อยู่ในการเล่นให้เอาออกจากสนามทันที

                19.2  ลูกเปตองที่ฟาล์วแล้ว  ต้องนำออกจากสนามทันที มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นลูกดีหลังจากการโยนลูกเปตองอีกลูกหนึ่งไปแล้ว

 

ข้อ  20.

            ลูกเปตองที่โยนไปแล้วถูกทำให้หยุด  ให้ปฏิบัติตามกฎข้อย่อยดังนี้

                20.1  โดยผู้ดูหรือผู้ตัดสินให้เปตองนั้นอยู่ในตำแหน่งที่ถูกทำให้หยุด

                20.2   โดยผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน  ถือว่าเป็นลูกฟาล์ว

                20.3   โดยผู้เล่นฝ่ายตรงกันข้าม  ฝ่ายผู้เล่นจะโยนใหม่  หรือรักษาตำแหน่งที่ลูกเปตองนั้นหยุดก็ได้

                20.4  เมื่อลูกเปตองที่ถูกยิงไปแล้วทำให้หยุดโดยผู้เล่นคนหนึ่ง  ผู้เล่นฝ่ายตรงกันข้ามของผู้ที่ทำให้ลูกเปตองนั้นหยุด   อาจเลือกเล่นตามกฎข้อย่อยดังนี้

                                ก.  ให้ลูกเปตองนั้นอยู่ในตำแหน่งที่ถูกทำให้หยุด

                                ข.  ให้นำลูกเปตองนั้นมาวางตามแนวตรงระหว่างตำแหน่งเดิมกับตำแหน่งใหม่ตามความพอใจแต่ต้องเป็นตำแหน่งที่สามารถเล่นต่อไปและได้ทำเครื่องหมายไว้ก่อนเท่านั้น

                                ค.  ผู้เล่นที่มีเจตนาทำให้ลูกเปตองที่เคลื่อนที่หยุดจะถูกปรับให้แพ้ทั้งทีมทันที

 

ข้อ 21.

            เมื่อโยนลูกเปตองหรือลูกเป้าไปแล้ว  ผู้เล่นทุกคนมีเวลาสำหรับโยนลูกเปตองภายใน  1 นาที  โดยเริ่มจับเวลาตั้งแต่ลูกเป้าหรือลูกเปตองที่เล่นไปแล้วหยุด  หากมีการวัดเกิดขึ้น  ให้เริ่มจับเวลาเมื่อการวัดนั้นเสร็จสิ้นลง

                21.1   กฎกำหนดเวลานี้ให้ใช้สำหรับการโยนลูกเป้าทุกครั้งด้วย

                21.2  ผู้เล่นที่ไม่ปฏิบัติตามกฎกำหนดเวลานี้  จะถูกลงโทษตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อ 10.

ข้อ 22.

            ถ้าลูกเปตองลูกหนึ่งหยุดนิ่งแล้วเคลื่อนที่ไปใหม่  เนื่องจากถูกลมพัดหรือเนื่องจากความ       ลาดเอียงของสนามจะต้องนำลูกเปตองนั้นมาวางไว้ที่ตำแหน่งเดิมสำหรับลูกเปตองที่เคลื่อนที่โดยอุบัติเหตุจากผู้เล่น  ผู้ดู  สัตว์  สิ่งที่เคลื่อนที่อื่น ๆ  ก็จะต้องนำมากลับมาวางที่ตำแหน่งเดิมเช่นเดียวกันเพื่อหลีกเลี่ยงการประท้วงทั้งปวง  ผู้เล่นทุกคนควรทำเครื่องหมายตามตำแหน่งลูกเป้าและลูกเปตองไว้ทั้งหมด

 

ข้อ 23.

            ผู้เล่นที่นำลูกของผู้อื่นไปเล่นจะถูกเตือน  1 ครั้ง  และลูกเปตองที่เล่นไปนั้นยังคงถือว่าเป็นลูกดี  และต้องนำมาลูกเปตองของตนไปเปลี่ยนแทนที่ตำแหน่งทันทีเมื่อการวัดได้สิ้นสุดลง

                23.1  ถ้ามีการกระทำผิดซ้ำในเกมเดียวกันให้ถือว่าลูกเปตองนั้นเป็นลูกฟาล์วและทุกสิ่งที่ถูกลูกเปตองทำให้เคลื่อนที่ไปจะต้องนำกลับมาวางไว้ที่เดิม

                23.2  ก่อนการโยนลูกเปตองทุกครั้งผู้เล่นจะต้องทำความสะอาดลูกเปตองของตน  มิให้มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดติดอยู่  มิฉะนั้นจะถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ในข้อ 10.

 

ข้อ 24.

            ลูกเปตองทุกลูกที่โยนไปผิดเงื่อนไขตามกติกาถือว่าเป็นลูกฟาล์ว  และทุกสิ่งที่ถูกลูกเปตองทำให้เคลื่อนที่ไปจะต้องนำมาวางที่ตำแหน่งเดิม  กฎนี้ให้ใช้สำหรับลูกเปตองที่ผู้เล่นยืนผิดวงกลมไม่ใช่วงกลมเดิมที่โยนลูกเป้าที่ถูกต้อง  (ทีมที่โยนลูกเป้าต้องลบรอยขีดวงกลมเก่าที่อยู่บริเวณใกล้เคียงออกให้หมด)

                ในกรณีเช่นนี้   ฝ่ายตรงกันข้ามมีสิทธิ์ปฏิบัติตามกฎว่าด้วยการได้เปรียบและยอมให้ลูกเปตองที่โยนไปนั้นเป็นลูกดีก็ได้   ถ้าเห็นว่าลูกของฝ่ายตนได้เปรียบคู่ต่อสู้

 

การวัดระยะและการวัดคะแนน

ข้อ 25.

            ในการวัดคะแนนอนุญาตให้โยกย้ายลูกเปตองที่เกี่ยวข้องได้แต่ต้องทำเครื่องหมายที่มีตำแหน่งสิ่งนั้น ๆ  ไว้ก่อนโยกย้าย  เมื่อการวัดคะแนนเสร็จสิ้นลง  ให้นำทุกสิ่งที่โยกย้ายไปนั้นกลับมาวางที่ตำแหน่งเดิมทั้งหมดถ้าสิ่งกีดขวางที่มีปัญหานั้นไม่อาจโยกย้ายได้ให้ใช้วงเวียนทำการวัด

 

 

ข้อ 26.

            ในการวัดคะแนนระหว่างลูกเปตอง  2 ลูก  ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันมาก  ผู้เล่นคนหนึ่งได้วัดไปแล้ว  และบอกว่าตนได้  ผู้เล่นฝ่ายตรงกันข้ามมีสิทธิ์ที่จะวัดใหม่  เพื่อความแน่ใจและถูกต้อง  (ส่วนอุปกรณ์การวัดที่ต้องเป็นอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน  ห้ามวัดโดยการนับระยะเท้า )   เมื่อทั้งสองฝ่ายได้คะแนนแล้วหลายครั้งยังตกลงกันไม่ได้ต้องให้ผู้ตัดสินเป็นผู้วัดเพื่อตัดสิน  และผลการตัดสินถือเป็นที่สิ้นสุด  และหากผู้เล่นเป็นฝ่ายฝ่าฝืนกติกาข้อนี้ให้ผู้ตัดสินตักเตือน    1 ครั้ง  หากยังฝ่าฝืนอีกให้ปรับเป็นแพ้

 

ข้อ 27.

            เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันแต่ละเที่ยวลูกเปตองทุกลูกที่ถูกนำออกก่อนการวัดคะแนน  ให้ถือว่าเป็นลูกฟาล์วและไม่มีสิทธิ์โต้แย้งใด ๆ  ทั้งสิ้น

 

ข้อ 28.

            ถ้าผู้เล่นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำการวัดคะแนนแล้ว   ไปทำให้ลูกเป้าหรือเปตองที่มีปัญหานั้นเคลื่อนที่   จะต้องเป็นฝ่ายเสียคะแนนนั้นและในการวัดแต่ละครั้งต้องให้ผู้เล่นของทีมที่ทำให้ลูกเปตองเกิดปัญหาทำการวัดทุกครั้ง   ในการวัดคะแนนแต่ละครั้ง  ก่อนทำการวัดผู้ตัดสินต้องทำการคาดคะเนเสียก่อนว่าลูกใดเปรียบและถ้าได้วัดไปแล้ว  บังเอิญผู้ตัดสินไปทำให้เปตองหรือลูกเป้าเคลื่อนที่ผู้ตัดสินจะต้องทำการวัดใหม่  และภายหลังการวัดปรากฏว่าลูกเปตองที่คาดคะเนว่าชนะยังคงชนะอยู่ให้กรรมการตัดสินตามความเป็นจริงถ้าการวัดครั้งใหม่แล้วปรากฏว่าลูกเปตองที่คาดคะเนว่าจะชนะกลับแพ้  ให้ผู้ตัดสินตัดสินด้วยความเที่ยงธรรม

 

ข้อ 29.

            ในกรณีที่ลูกเปตองของทั้งสองฝ่ายมีระยะห่างจากลูกเป้าเท่ากันหรือติดกับลูกเป้าทั้ง 2  ลูกให้ปฏิบัติตามกฎข้อย่อย  ดังนี้

                29.1   ถ้าทั้งสองฝ่ายหมดลูกเปตองเล่นแล้ว   การเล่นเที่ยวนั้นถือว่าเป็นโมฆะ  จะต้องเริ่มเล่นใหม่ด้านตรงข้าม   โดยผู้เล่นฝ่ายที่ได้คะแนนในเที่ยวที่แล้ว   เป็นผู้โยนลูกเป้า

                29.2   ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีลูกเปตองเหลือเล่นอยู่เพียงฝ่ายเดียว  ฝ่ายนั้นจะต้องเล่นจนหมดลูกเปตองเพื่อทำคะแนนเพิ่มเติมตามจำนวนลูกเปตองที่อยู่ใกล้เป้ามากที่สุด

                29.3  ถ้าทั้งสองฝ่ายยังมีลูกเปตองเหลืออยู่  ฝ่ายที่โยนลูกเปตองทีหลังจะต้องเป็นฝ่ายเล่นลูกต่อไป  ถ้าลูกเปตองทั้งสองฝ่ายยังเสมอกันอยู่ต้องเปลี่ยนให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้เล่นและต้องสลับกันโยนฝ่ายละ  1 ลูก  จนกว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะได้คะแนนแล้วเล่นต่อไปตามปกติ

ข้อ  30.

                หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกาะติดกับลูกเปตองหรือลูกเป้าจะต้องเอาสิ่งนั้นออกก่อนการวัดคะแนนทุกครั้ง

 

ข้อ  31.

            การเสนอข้อประท้วงต่อผู้ตัดสินจะกระทำได้ในระหว่างการแข่งขันแต่ละเกมเท่านั้น  เมื่อเกมการแข่งขันเท่านั้น  เมื่อเกมการแข่งขันนั้น ๆ   ได้สิ้นสุดลงจะไม่มีประท้วงใด ๆ  ทั้งสิ้น

                เพื่อประโยชน์ของฝ่ายตน   ผู้เล่นทุกคนต้องคอยระมัดระวังการละเมิดกติกาของฝ่ายตรงข้ามบัตรประจำตัวนักกีฬา-รุ่นของผู้เล่นสนามแข่งขัน  มาตรฐานของลูกเปตอง  เป็นต้น

 

ข้อ 32.

            ในขณะทำการจับสลากและการประกาศผลการจับสลาก ผู้เล่นทุกคนต้องอยู่พร้อมกันที่โต๊ะอำนวยการ  หลังจากการประกาศผลไปแล้ว  15  นาที  ทีมที่ไม่ลงสนามแข่งขันจะถูกปรับเสียคะแนนให้แก่ฝ่ายตรงข้าม   1 คะแนน

                32.1  หากเกินกำหนดเวลา  15 นาทีไปแล้ว  การปรับคะแนนจะทวีเพิ่มขึ้น   1 คะแนน ทุก ๆ  5 นาที

                32.2  บทลงโทษตามข้อ 32   จะมีผลบังคับหลังจากการประกาศให้เริ่มการแข่งขันทุกครั้ง

                32.3  หลังจากการประกาศการแข่งขันได้ผ่านพ้นไปแล้ว  1  ชั่วโมงทีมที่ยังไม่ได้ลงทำการแข่งขันจะถูกปรับให้เป็นผู้แพ้ในเกมนั้น

                32.4  ทีมที่มีผู้เล่นไม่ครบจำนวน  ต้องลงทำการแข่งขันตามเวลาที่กำหนดโดยไม่อนุญาตให้รอผู้ร่วมทีมที่มาล่าช้าและจะเล่นลูกเปตองได้ตามจำนวนที่ผู้เล่นมีสิทธิเท่านั้น   (ตามประเภทที่แข่งขัน)

 

ข้อ 33.

            เมื่อมีการแข่งขันในเที่ยวนั้นได้เริ่มเล่นไปแล้ว  ผู้เล่นที่มาล่าช้าไม่มีสิทธิ์ลงเล่นในเที่ยวนั้น  แต่อนุญาตให้ลงเล่นในเที่ยวต่อไปได้

                33.1  เมื่อการแข่งขันในเกมนั้นได้ดำเนินไปแล้ว  1  ชั่วโมง  ผู้เล่นที่มาล่าช้าหมดสิทธิ์ลงทำการแข่งขันในเกมนั้น

                33.2  ถ้าการแข่งขันนั้นแบ่งเป็นสาย  จะอนุญาตให้ผู้เล่นที่มาล่าช้าลงแข่งขันในเกมที่ 2  ได้ ไม่ว่าผลการแข่งขันในเกมแรกจะแพ้หรือชนะก็ตาม

                33.3  หากทีมที่มีผู้เล่นไม่ครบจำนวนสามารถชนะการแข่งขันในเกมนั้นจะอนุญาตให้ผู้เล่นที่มาเล่นช้าลงแข่งขันในเกมต่อไปได้  แต่ต้องเป็นผู้เล่นของทีมนั้น   และต้องมีชื่อถูกต้องในในสมัครด้วย

                33.4   การแข่งขันแต่ละเที่ยวจะถือว่าเริ่มขึ้นแล้วก็ต่อเมื่อลูกเป้าที่โยนไปในสนามนั้น  ได้ตำแหน่งถูกต้องตามกติกา

 

ข้อ 34.

            การเปลี่ยนตัวผู้เล่นจะอนุญาตให้กระทำได้ก่อนจับสลากการแข่งขันเท่านั้น   และต้องเป็นผู้เล่นที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในทีมอื่นของการแข่งขันเดียวกัน

 

ข้อ 35.

            ในระหว่างการแข่งขันหากมีฝนตก  ให้แข่งขันต่อไปจนจบเที่ยวเว้นแต่มีเหตุผลสุดวิสัย  ไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้   ผู้ตัดสินและผู้ชี้ขาดเท่านั้นที่มีอำนาจให้หยุดการพักการแข่งขันชั่วคราวหรือยกเลิกการแข่งขัน

                35.1  หลังจากการประกาศเพื่อเริ่มต้นการแข่งขันในรอบใหม่แล้ว  รอบสองหรือรอบต่อ ๆ ไป  หากยังมีบางทีมและบางสนามยังแข่งขันไม่เสร็จ  ผู้ตัดสินอาจดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ดีตนเห็นสมควร  ด้วยความเห็นชอบคณะกรรมการจัดการแข่งขันเพื่อให้การแข่งขันนั้นดำเนินไปด้วยดี

                35.2  ในระหว่างการแข่งขัน  ผู้เล่นทุกคนจะออกไปจากสนามต้องได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสินเสียก่อน  มิฉะนั้นจะถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ในข้อ 32.  และ  33.

 

ข้อ 36.

            ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ  หรือรอบอื่น  ๆ ก็ตาม  ห้ามผู้เล่นทั้งสองฝ่ายสมยอมกันหรือแบ่งรางวัลกันโดยเด็ดขาด  ถ้าผู้เล่นทั้งสองฝ่ายสมยอมกันหรือแบ่งรางวัลกันโดยเด็ดขาด  ถ้าผู้เล่นทั้งสองฝ่ายแข่งขันกันไม่สมศักดิ์ศรี  เป็นการหลอกลวงผู้ดู    ผู้ควบคุมทีม  และผู้เล่นทั้งสองทีมจะถูกลงโทษให้ออกจากการแข่งขัน และผลการแข่งขันที่ผ่านมาก่อนหน้านั้นก็ให้ถือโมฆะด้วย  นอกจากนั้นแล้วผู้เล่นทั้งสองทีมจะต้องถูกพิจารณาลงโทษตามที่กำหนดไว้ข้อ 37.  อีกด้วย

 

ข้อ  37.

            ผู้เล่นที่มีพฤติกรรมอันเป็นการผิดมารยาทอย่างรุนแรงต่อผู้ควบคุมทีม  ผู้ตัดสิน ผู้เล่นคน    อื่น ๆ  หรือผู้ดู  จะถูกลงโทษตามสภาพความผิดดังนี้

                                ก.  ให้ออกจากการแข่งขัน

                                ข.  ถอนใบอนุญาต (บัตรประจำตัวนักกีฬา)

                                ค. งดให้รางวัลหรือเงินรางวัล

                37.1  การลงโทษผู้เล่นที่กระทำผิดอาจมีผลถึงผู้ร่วมทีมด้วย

                37.2  บทลงโทษ (ก)  (ข)  เป็นอำนาจของผู้ตัดสิน

                37.3  บทลงโทษ  (ค)  เป็นอำนาจของคณะกรรมการจัดการแข่งขันที่ทำรายงาน  และส่งรางวัลที่ยึดไว้นั้นให้สมาคมฯ  ทราบภายใน 48  ชั่วโมง  เพื่อพิจารณาตามที่เห็นสมควรต่อไป

                37.4   การลงโทษทุกกรณี  เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารสมาคม  ที่จะพิจารณาเป็นขั้นตอนสุดท้าย

 

ข้อ  38.

            ผู้ตัดสินทุกคนที่ได้รับการแต่งตั้งจากสหพันธ์ฯ  เปตองนานาชาติหรือสมาคมเปตองแห่งประเทศไทย ฯ  มีหน้าที่คอยควบคุมดูแลให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างมีระเบียบและถูกต้องตามกติกาอย่างเคร่งครัด  และมีอำนาจให้ผู้เล่นทุกคน  หรือทุกทีมที่ปฏิเสธไม่ปฏิบัติตามคำตัดสินออกจากการแข่งขันได้

                38.1  หากมีผู้ซึ่งเป็นนักกีฬาในสังกัดสหพันธ์ฯ  เป็นต้นเหตุทำให้เกิดการจลาจลในสนาม  แข่งขัน  ผู้ตัดสินจะต้องรายงานให้สหพันธ์ฯ  ทราบ  ทาสหพันธ์ฯ จะได้เรียกตัวผู้กระทำผิดนั้นมาชี้แจงต่อคณะกรรมการระเบียบวินัยเพื่อพิจารณาลงโทษต่อไป

 

ข้อ 39.

            หากกรณีอื่นใดที่มิได้กำหนดไว้ในกติกาข้อนี้เป็นหน้าที่ของผู้ตัดสินที่จะต้องขอความร่วมมือจากคณะกรรมการชี้ขาดการแข่งขันครั้งนั้นเพื่อพิจารณาตัดสินผู้ชี้ขาดตามสมควรแก่กรณี  (คณะกรรมการชี้ขาดประกอบด้วยกรรมการ  3  หรือ 5 คน)

                39.1  การชี้ขาดของคณะกรรมการ  ผู้ตัดสินชี้ขาดถือเป็นการสิ้นสุด  ในกรณีมีเสียงเท่ากันให้ประธานกรรมการผู้ตัดสินชี้ขาดเป็นผู้ชี้ขาด

                39.2  ผู้เล่นทุกคนจะต้องแต่งกายให้เรียบร้อย   การไม่สวมเสื้อไม่สวมรองเท้า   ถือว่ามีความผิด  ผู้เล่นที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎนี้  ถ้าผู้ตัดสินตักเตือน   1  ครั้ง  และหากยังเพิกเฉยฝ่าฝืนอีก  จะถูกลงโทษให้ออกจากการแข่งขัน